ปะเก็นทนความร้อนมีกี่แบบ? เลือกวัสดุยังไงให้เหมาะกับงานโรงงาน

กำลังหาปะเก็นทนความร้อนอยู่ใช่ไหม? มาดูวิธีเลือกวัสดุให้เหมาะกับงานไอน้ำ น้ำมันร้อน หรือเคมี พร้อมเทคนิคสั่งตัดให้เป๊ะ จบทุกปัญหาการรั่วซึมในโรงงาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ ช่าง วิศวกร และฝ่ายจัดซื้อทุกท่าน วันนี้ผมขอมาแชร์ประสบการณ์จากหน้างานจริงกันสักหน่อยครับ ใครที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมน่าจะรู้ซึ้งกันดีว่า ปัญหาจุกจิกที่กวนใจและทำให้เราปวดหัวที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ "หน้าแปลนรั่ว" โดยเฉพาะกับท่อที่ต้องเดินของไหลที่มีความร้อนสูงๆ ถ้าเลือกปะเก็นผิดสเปกปุ๊บ นอกจากจะต้องเสียเวลามา Shutdown ระบบเพื่อเปลี่ยนใหม่แล้ว ยังเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพี่ๆ น้องๆ ในไลน์ผลิตอีกด้วย

 

หนึ่งในแบรนด์ที่ผมคุ้นเคยและอยากหยิบมาเล่าให้ฟังเป็นกรณีศึกษาในวันนี้ก็คือ ปะเก็นทนความร้อน Quanest ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ช่างหลายคนเลือกใช้ เพราะมีวัสดุให้เลือกค่อนข้างครบถ้วน วันนี้เราเลยจะมาเจาะลึกกันแบบภาษาเพื่อนคุยกับเพื่อนครับว่า ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อ เราจะเอาวัสดุแต่ละแบบมาเทียบกันยังไง เพื่อให้จบงานได้แบบหล่อๆ ไม่มีปัญหารั่วซึมตามมาทีหลัง



ปะเก็นทนความร้อนสำหรับงานทั่วไปมีอะไรบ้าง?

หลายคนทักมาถามผมบ่อยมากครับว่า "พี่ครับ ผมอยากเทียบวัสดุก่อนซื้อจังเลย ในตลาดตอนนี้มันมีกี่แบบกันแน่?" เอาแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ สมัยก่อนเราอาจจะคุ้นเคยกับปะเก็นใยหิน (Asbestos) แต่เดี๋ยวนี้กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยเขาห้ามใช้กันแล้ว เพราะมันอันตรายต่อสุขภาพ วัสดุในยุคปัจจุบันเลยถูกพัฒนาขึ้นมาทดแทน ซึ่งหากเราลองกางแคตตาล็อกของ ปะเก็นทนความร้อน Quanest ดู เราจะพบว่าวัสดุหลักๆ ที่ใช้กันในโรงงานจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ครับ:

 

1. ปะเก็นไม่มีแร่ใยหิน (Non-Asbestos Gaskets)

ตัวนี้คือพระเอกของยุคนี้เลยครับ เป็นการเอาเส้นใยสังเคราะห์จำพวกอะรามิด (Aramid) หรือไฟเบอร์กลาส มาผสมกับยางประสาน (Binder) อย่าง NBR แล้วอัดขึ้นรูปเป็นแผ่น ข้อดีคือใช้งานได้ครอบคลุมมาก ทั้งน้ำร้อน ลม และน้ำมัน

 

2. ปะเก็นกราไฟต์ (Graphite Gaskets)

ถ้าหน้างานของคุณคือ "ของจริง" ที่อุณหภูมิทะลุ 400 - 500 องศาเซลเซียสขึ้นไป ปะเก็นแผ่นใยสังเคราะห์ทั่วไปเอาไม่อยู่แน่นอนครับ คุณต้องขยับมาใช้กราไฟต์ ซึ่งเกิดจากการเอาแร่กราไฟต์มาบีบอัด ทนความร้อนได้โหดจัด และยังยืดหยุ่นตัวได้ดีเยี่ยม

 

3. ปะเก็นเทฟล่อน (PTFE Gaskets)

สำหรับหน้างานที่ไม่ได้ร้อนจัดมาก (ไม่เกิน 250 องศาเซลเซียส) แต่มีความเป็นกรด-ด่างสูง ทนการกัดกร่อนแบบสุดขั้ว ปะเก็นเทฟล่อนคือคำตอบครับ สีมันจะขาวๆ ลื่นๆ ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีเกือบทุกชนิดบนโลก

 

 

งานน้ำมันร้อน ไอน้ำ เคมี ใช้ต่างกันยังไง?

ทีนี้พอเราเข้าสู่หน้างานเฉพาะทาง คำถามต่อมาคือ "แล้วผมจะรู้ได้ไงว่าระบบท่อของผมต้องใช้ตัวไหน?" เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะของไหลแต่ละประเภทมีนิสัยไม่เหมือนกัน ซึ่ง ปะเก็นทนความร้อน Quanest ก็จะมีการแบ่งเกรดวัสดุออกมารองรับของไหลเหล่านี้อย่างชัดเจนครับ ลองมาดูความต่างกัน:

 

  • งานไอน้ำ (Steam)
    ไอน้ำมีความน่ากลัวตรงที่มันมีความร้อนบวกกับแรงดันที่พร้อมจะทะลวงทุกอย่าง ถ้าคุณใช้ปะเก็นยางทั่วไป ยางจะสุก แข็ง กรอบ และแตกในที่สุดครับ งานไอน้ำแรงดันต่ำๆ อาจจะใช้ Non-Asbestos เกรดทนความร้อนได้ แต่ถ้าเป็นไอน้ำแรงดันสูง (High-pressure steam) ผมเชียร์ให้ข้ามไปใช้ปะเก็นกราไฟต์เสริมไส้สแตนเลสเลยครับ จบชัวร์กว่าเยอะ

 

  • งานน้ำมันร้อน (Hot Oil / Thermal Oil)
    น้ำมันมีความสามารถในการซึมผ่านสูงมากครับ วัสดุที่ใช้จะต้องมีส่วนผสมของยาง NBR (Nitrile Butadiene Rubber) ที่เด่นเรื่องการทนน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันซึมทำลายเนื้อปะเก็นจนเปื่อยยุ่ย

 

  • งานสารเคมี (Chemicals)
    ความร้อนอาจจะไม่ใช่ปัญหาหลักของงานเคมี แต่ปัญหาคือ "การถูกกัดกร่อน" ครับ ถ้าเป็นกรดอ่อนๆ ปะเก็น Non-Asbestos บางตัวอาจจะพอไหว แต่ถ้าเป็นกรดเข้มข้น คุณต้องใช้ปะเก็นเทฟล่อน (PTFE) เท่านั้นครับ ไม่อย่างนั้นเนื้อปะเก็นจะถูกละลายหายไปพร้อมกับสารเคมีเลย

 

เจาะลึกข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวัสดุ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ เรามาดูข้อดีและข้อจำกัดของวัสดุแต่ละประเภทกันครับ ซึ่งเกรดวัสดุเหล่านี้ ทาง ปะเก็นทนความร้อน Quanest ก็มีให้เราเลือกและเทียบสเปกก่อนใช้งานจริงครบทุกแบบ ลองมาชั่งน้ำหนักกันดูครับ

 

ปะเก็น Non-Asbestos (แผ่นใยสังเคราะห์ไม่มีแร่ใยหิน)

  • ข้อดี: ราคาจับต้องได้ง่าย ใช้งานได้อเนกประสงค์ ตัดขึ้นรูปง่ายมาก จะตัดด้วยกรรไกรหรือคัตเตอร์หน้างานก็ทำได้เลย หาซื้อง่าย
  • ข้อจำกัด: ไม่ทนต่อความร้อนจัดๆ (ส่วนใหญ่ลิมิตจะอยู่ที่ไม่เกิน 300 - 400 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับเกรด) และถ้าเจอสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงมากๆ อาจจะบวมหรือเปื่อยได้

 

ปะเก็น Graphite (กราไฟต์)

  • ข้อดี: ทนอุณหภูมิได้สูงทะลุเพดาน (บางเกรดทนได้ถึง 600 องศาเซลเซียส) ทนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลันได้ดีแนบสนิทกับหน้าแปลนที่มีรอยตามดหรือผิวไม่ค่อยเรียบได้ยอดเยี่ยม
  • ข้อจำกัด: เนื้อกราไฟต์มีความเปราะบางสูงมากครับ ถ้าตอนขนส่งหรือตอนติดตั้งช่างมือหนักไปหน่อย หักเอาง่ายๆ เลยครับ มักจะต้องใช้รุ่นที่มีแผ่นสแตนเลสบางๆ แทรกตรงกลาง (Wire Mesh หรือ Tanged) เพื่อเพิ่มความแข็งแรง

ปะเก็น PTFE (เทฟล่อน)

  • ข้อดี: ทนสารเคมีได้แบบ 100% (ยกเว้นสารเคมีจำพวกโลหะอัลคาไลบางตัว) ปลอดภัยระดับ Food Grade สามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยาได้สบายๆ
  • ข้อจำกัด: ทนความร้อนได้จำกัด (ประมาณ 260 องศาเซลเซียส) และมีข้อเสียคืออาการ Cold Flow หรือเนื้อปะเก็นมันจะปลิ้นออกด้านข้างเมื่อโดนแรงขันอัดนานๆ ทำให้ต้องหมั่นมาขันอัดน็อตหน้าแปลนซ้ำเป็นระยะครับ

 

ก่อนสั่ง Quanest ควรแจ้งข้อมูลอะไรบ้างให้ได้สเปกเป๊ะๆ?

มาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะพอเห็นภาพแล้วว่าหน้างานของตัวเองเหมาะกับวัสดุแบบไหน แต่การจะสั่งปะเก็นให้ได้ของที่ตรงสเปก นำไปใส่ปุ๊บ ขันน็อตปั๊บ แล้วเดินเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องลุ้น คุณจะต้องเตรียมข้อมูลพื้นฐานไปแจ้งกับทางซัพพลายเออร์หรือคนขายให้ครบถ้วนครับ

 

ถ้าไม่อยากพลาด ผมแนะนำให้เตรียมคำตอบสำหรับ 5 ข้อนี้ไว้เลยครับ

 

  • ของไหลภายในท่อคืออะไร (Media): เป็นน้ำธรรมดา ไอน้ำ น้ำมันหล่อลื่น หรือสารเคมีตัวไหน (ถ้าเป็นสารเคมี ระบุชื่อและเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นมาด้วยจะดีมากครับ)

 

  • อุณหภูมิใช้งาน (Temperature): อุณหภูมิปกติที่เดินเครื่องคือเท่าไหร่ และอุณหภูมิสูงสุด (Max Temp) ที่เคยพุ่งขึ้นไปคือเท่าไหร่

 

  • แรงดันภายในระบบ (Pressure): ระบบท่อของคุณมีแรงดันกี่บาร์ (Bar) หรือกี่ PSI

 

  • มาตรฐานหน้าแปลน (Flange Standard): อันนี้สำคัญมากครับ ท่อของคุณเป็นหน้าแปลนมาตรฐานอะไร? เช่น JIS (10K, 20K), ANSI (150LB, 300LB) หรือ DIN (PN10, PN16) และเป็นท่อขนาดกี่นิ้ว (เช่น หน้าแปลน 4 นิ้ว 10K)

 

  • ความหนาของแผ่นปะเก็น (Thickness): โดยทั่วไปเรามักจะใช้ความหนากันที่ 1.5 มม., 2.0 มม. หรือ 3.0 มม. ขึ้นอยู่กับสภาพความเรียบของหน้าแปลนครับ ยิ่งหน้าแปลนเก่า ผิวไม่เรียบ อาจจะต้องใช้ตัวหนาขึ้นเพื่อชดเชยร่องรอยบนหน้าแปลน



ทริคจากหน้างาน: ถ้าหน้าแปลนของคุณไม่ได้เป็นไซส์มาตรฐาน (Standard) แต่เป็นการกลึงขึ้นรูปมาเอง (Custom made) ผมแนะนำให้คุณวัดขนาด 3 จุดนี้แจ้งไปครับ คือ O.D. (เส้นผ่านศูนย์กลางวงนอก), I.D. (เส้นผ่านศูนย์กลางวงใน) และ P.C.D. (ระยะเจาะรูน็อต พร้อมระบุจำนวนรูน็อต) เพียงเท่านี้ โรงงานก็สามารถใช้เครื่อง CNC ตัดปะเก็นออกมาได้พอดีเป๊ะแล้วครับ

 

สรุปทิ้งท้าย

การเลือกปะเก็นทนความร้อนไม่ใช่เรื่องยากครับ แค่เราต้องเข้าใจ "นิสัยของหน้างาน" และ "ขีดจำกัดของวัสดุ" ให้ตรงกันเท่านั้นเอง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้พี่ๆ เพื่อนๆ วิศวกรและฝ่ายจัดซื้อ สามารถเทียบวัสดุและตัดสินใจเลือกปะเก็นได้ง่ายขึ้นนะครับ ครั้งหน้าก่อนสั่งซื้อ อย่าลืมเช็กลิสต์ข้อมูลให้ครบถ้วน รับรองว่าหน้าแปลนในโรงงานจะแห้งสนิท ปลอดภัย และเดินเครื่องจักรได้อย่างราบรื่นแน่นอนครับ!